วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

ภาระกิจพิเศษ สรุปวรรณกรรมท้องถิ่น



บทที่ 1  สรุปเนื้อเรื่องวรรณกรรมท้องถิ่น

เรื่อง นกกระจอก (ท้าววรกิต-นางจันทะจร)

ท้าววรกิตกับนางจันทะจรเดิมแล้วเป็นนกกระจอกกลับชาติมาเกิดชาติที่แล้วได้ไปสร้างครอบครัวอยู่หนวดฤาษีในป่าจนทั้งสองได้มีลูกด้วยกัน ฤาษีนั้นหากจะไล่หนีก็กลัวบาปเพราะคิดว่าถึงยังไงครอบครัวนี้ก็ได้ขอขออาศัยอยู่ด้วยแล้ว นกกระจอกตัวผู้เลยต้องออกไปหาเหยื่อมาป้อนลูกกับเมียทุกวัน โดยทุก ๆ วันเมื่อได้เหยื่อแล้วก็จะรีบกลับ

                อยู่มาวันหนึ่งนกกระจอกตัวผู้ก็ได้ออกไปหาเหยื่อตามปกติแต่หาอย่าไรก็ไม่ได้สักทีทั้งหิวทั้งห่วงลูกห่วงเมียที่ยังไม่ได้กินอะไรเลย  บินไปเรื่อย ๆ จนถึงสระบัว ด้วยความหิวจึงบินลงไปซอนไซหาเหยื่อจิกกินเกสรจนเพลิน พอนึกถึงลูกถึงมียก็แดดแก่เสียแล้วรีบจิกคาบเอาเกสรไว้ที่ปากเพื่อจะเอาไปป้อนลูกกับเมียแต่ทันใดนั้นดอกบัวที่บานอยู่ก็ได้หุบอุ้มนกกระจอกตัวผู้ไว้

                ในขณะที่ตัวนกกระจอกตัวผู้ถูกดอกบัวหุบเอาไว้นั้น นกกระจอกตัวเมียก็ได้ตั้งหน้าตั้งตารอพร้อมความหิวและห่วงนางได้คิดไปต่าง ๆ นา ๆ ว่าผัวของนางจะเป็นอัตรายหรือเปล่า  หรือไปแอบนอกใจมีชู้ลืมลูกเมียที่คอยเหยื่ออยู่รังแล้ว จะออกไปตามก็กลัวว่าลูกน้อยจะถูกกามาคาบไปกิน พอถึงเวลาดึกน้ำค้างลงลูกดอกบัวก็บานรับน้ำค้างนกกระจอกตัวผู้ถึงบินกลับรังเอาเหยื่อมาป้อนลูกกับเมียได้ แต่พอมาถึงนางนกกระจอกก็ไม่พูดไม่จา แล้วหาว่าผัวตนไปนอกใจทั้งสองเลยทะเลาะกันจนมีปากเสียงไปเสียดสีฤาษีเข้า ฤาษีจึงไล่นีให้ไปอยู่ป่าเลา

                ทั้งสองก็ย้ายรังไปอยู่ป่าเลาพร้อมลูกเต้า ถึงคราวเคราะไฟป่ามาจวนจะถึงรัง แต่ถึงกระนั้นทั้งสองก็ยังไม่เลิกทะเลาะนางนกกระจอกเองก็ยังเคียดแค้นเข้าใจผิด เลยตั้งสัจอธิษฐานว่า เกิดชาติหน้าขอเกิดเป็นคน และไม่ขอพูดจากับชายใดเพราะจงเกรียจจงแค้นที่คำชายเชื่อไม่ได้ ส่วนนกกระจอกตัวผู้ได้ยินเช่นนั้นก็ตั้งสัจอธิษฐานว่าเกิดชาติหน้าให้ได้เป็นคนเช่นกัน จะขอตามนางนกกระจอกไปถึงนางไม่พูดด้วยพี่ก็จะพยายามจนนางจะพูดกับพี่ จวนไฟไหม้มาถึงรังนางนกกระจอกได้กอดลูกน้อยไว้ให้ไฟไหม้ตายไปพร้อมกัน ส่วนนกกระจอกตัวผู้ทนความร้อนไม่ไหวเลยดิ้นบินหนีแต่ก็ถูกไฟไหม้ต่าย ไม่ไกลจากรัง

ทั้งสองได้ไปเกิดเป็นลูกเจ้าเมืองยิ่งใหญ่ นางนกกระจอกไปเกิดเป็นนางจันทะจนลูกเจ้าเมืองที่เมืองบุญกว้าง ส่วนนกกระจอกตัวผู้ไปเกิดเป็นท้าววรกิตลูกเจ้าเมืองผาลาน  ทั้งคู่รูปร่างงามยิ่งทำให้เป็นที่เลื่องลือ แต่นางจันทะจรนั้นไม่ยอมพูดจากับชายใดแม้แต่พ่อของตน จนทำให้พ่อของนางได้ประกาศว่าหากชายใดทำให้ลูกสาวยอมพูดด้วยจะยกในอภิเษกกับนางพร้อมยกเมืองให้ครอง คนแล้วคนเล่านางก็ไม่ยอมพูดกับใคร จนความงามของนางไปถึงหูท้าววรกิตทำให้ท้าววรกิตระลึกชาติได้ เลยอยากออกตามหานาง ก่อนจะไปเจอนางท้าววรกิตก็ได้ไปร่ำเรียนวิชาเสกให้สิ่งของต่าง ๆ พูดได้เพื่อมาล่อให้นางจันทะจรพูดด้วย แล้วตามหานางจันทะจรด้วยความคิดถึงความรักที่ยังฝังใจแต่ชาติก่อน เมื่อถึงเมืองบุญกว้างก็ได้ขอเข้าไปพูดจากับนางจันทะจรตามประกาศของพ่อนาง ใช้วิชาที่เรียนมาเสกของต่าง ๆ ล่อลวงให้นางจันทะจรพูดด้วยจนนางยอมเอ่ยปากและจำชาติได้ ทำให้ทั้งสองได้คู่กันอีกครั้งในชาตินีh

 

 

1.       ที่มาและความสำคัญของหนังสือ

                     หนังสือวรรณกรรมเรื่องนี้ชำระโดยพระอริยานุวัตร (อารีย์) เขมจารี เรียบเรียงเป็นหนังสือขึ้นมาเป็นของศูนย์อนุรักษ์วรรณคดีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (วัดมหาชัย จังหวัดมหาสารคาม )

                ในหนังสือเล่มนี้ใช้คำประพันธ์ประเภทคำกลอนอิสานเป็นภาษาอิสานทั้งเล่มในเนื้อเรื่องเด่น ๆ จะเป็นการใช้สำนวนโวหารเสียดสีข้อดีข้อเสียของหญิงชาย  และสอดแทรกคติธรรมไว้มากมาย และเป็นเรื่องที่สร้างความเชื่อเรื่องเนื้อคู่อีกด้วย

2.       ประวัติของหนังสือ

พระอริยานุวัตร ได้ชำระเรียบเรียงขึ้นเมื่อ วันที่ 14 พฤษภาคม 2513

ส่วนวันที่ตีพิมน่าจะเป็น วันที่ 7 สิงหาคม 2513

พิมพ์ที่โรงพิมพ์ศิริภัณฑ์ ถนนหลังเมือง ขอนแก่น

 

บทที่ 2 การวิเคราะห์ชื่อและเนื้อหาในวรรณกรรม

1.      วิเคราะห์ชื่อเรื่อง

วรรณกรรมท้องถิ่นเรื่อง นกกระจอก( ท้าววรกิต – นางจันทะจร ) เป็นเรื่องราวของนกกระจอกที่กลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์ ชื่อสื่อความหมายโดยตรงสามารถรู้ได้เลยว่าเนื้อเรื่องต้องเป็นเรื่องราวของนกกระจอกแน่นอน และมีการแฝง ชื่อคนในวงเล็บเพื่อให้น่าสนใจว่าในเรื่องอาจจะไม่ได้มีแค่เรื่องของนกกระจอกอย่างเดียว ผู้แต่งอาจจะคุ้นชินกับนกกระจอกเป็นอย่างดีเพราะเป็นนกที่มนุษย์รู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี อาศัยกระจายอยู่ทั่วไปตามป่าหรือชุมชนเมืองใหญ่ ๆ  

 

2.     วิเคราะห์แก่นเรื่อง

เป็นเรื่องราวของเนื้อคู่ ต่อให้เกิดกี่พบกี่ชาติเกิดเป็นอะไรก็เป็นคู่กัน   เนื้อคู่ไม่ใช่ใครก็ได้

 

3.      โครงเรื่อง

           การเปิดเรื่อง

·         เป็นการกล่าวขอความเป็นศริริมงคลของผู้เขียน

การดำเนินเรื่อง

·         นกกระจอกผัวเมียคู่หนึ่งมาขอทำรังพักอาศัยอยู่ที่เคาอันยาวย้อยของฤาษี

·         หลายวันต่อมาตัวเมียได้ฟักไข่

·         ในขณะที่ตัวเมียฟักไขออกไปหาหาเหยื่อไม่ได้ ตัวผู้ก็ออกไปหาเหยื่อมาป้อนตัวเมีย

·         ฤาษีจะดึงรังออกทิ้งก็กลัวบาป

·         วันหนึ่งนกกระจอกตัวผู้ออไปหาเหยื่อแต่เช้า ไปหาแมลกในดอกบัวบาน

·         พอสายแดดส่องบัวก็หุบห่อนกกระจอกตัวผู้ไว้

·         ส่วนตัวเมียก็เป็นห่วง คิดมาก คิดไปถึงว่าผัวของตนไปแอบมีชู้

·         พอตกดึกเมื่อดอกบัวถูกน้ำค้างถึงได้คลายกลีบออก นกกระจอกตัวผู้ถึงได้บินกลับรัง

·         คาบเหยื่อมาให้เมียแต่เมียกลับไม่กัน ได้ทะเลาะกันมีปากเสียง

·         ตัวผู้พยายามอธิบายว่าไม่ได้นอกใจไปมีชู้ อย่าพูดกล่าวหาไปมันจะบาป

·         ตัวเมียเลยเลยแช่งว่าหากเป็นเช่นนั้นจริงให้พี่บาปตัวเท่าฤาษี

·         พอฤาษีได้ยินนกกระจอกกล่าวถึงตนก็ไม่พอใจ

·         กล่าวขับไล่ให้ครอบครัวนกกระจอกออกจากเคราของตนไปเสีย

·         นกกระจอกตัวเมียก็ชี้ว่าฤาษีนั้นเป็นคนบาปจริง ๆ ถึงได้ออกบวชไม่มีลูกเต้าคอยดูแล

·         ฤาษีจึงคิดได้ว่าเป็นเหมือนที่นกกระจอกพูดจริง ๆ

·         ฤาษีลาสิกขาออกไปสร้างครอบครัว บอกให้นกกระจอกไปสร้างรังอยู่ป่าเลา

·         ครอบครัวนกกระจอกจึงออกไปสร้ารังอยู่ป่าเลา อย่างมีความสุข

·         พอถึงเดือนสามเกิดไฟไหม้ป่า ลามมาถึงป่าเลาที่ครอบครัวนกกระจอกอาศัยอยู่

·         ทั้งสองไม่กล้าทิ้งลูกเพื่อหนีไฟ

·         ก่อนตายนางนกกระจอกได้อธิษฐานขอให้ได้ไปเกิดเป็นคน และจะไม่ขอพูดกับชายใดแม้แต่พ่อแท้ๆ

·         นกกระจอกตัวผู้บอกว่าทำยังไงพี่ก็จะพูดกับนางให้ได้

·         แล้วไฟก็ไหม้ทั้งสองและลูกน้อยตาย

·         ทั้งสองได้ไปเกิดเป็นลูกเจ้าเมืองอย่างสง่างาม ชื่อท้าววรกิตกับนางจันทะจรอยู่คนละเมื่องกัน

·         นางจันทะจรตั้งแต่เล็กจนโตไม่ยอมพูดกับชายใดแม้แต่พ่อแท้ๆของตน

·    จนพระบิดาได้ประกาศว่าชายใดทำให้นางจันทะจรพูดด้วยได้จะยกนางจันทะจรให้พร้อมกับให้ครองเมืองและทรัพย์สมบัติ

·         ไม่ว่าชายใดจะมาจีบมาเกี้ยวพาราสีนางก็ไม่ยอมพูดด้วย

·         จนเรื่องไปถึงหูท้าววรกิต ท้าววรกิตจำชาติได้

·         ท้าวรกิตออกไปเรียนวิชาเสกให้สิ่งของพูดได้กับฤาษี

·         ท้าววรกิตออกตามหานางจันทะจร

·         เล่าเรื่องอดีตชาติให้นางจันทะจรฟังโดยใช้กลอุบายว่าผู้หญิงเจ้าชู้

·         นางจันทะจรจำชาติได้เลยปริปากเถียงท้าววรกิต

·         พระบิดาเลยยกนางจันทะจรให้ท้าววรกิต

·         ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน

การปิดเรื่อง

·         ปิดเรื่องด้วยคำกลอนบายศรีสู่ขวัญแบบอีสาน ในงานแต่งงานของท้าววรกิตกับนางจันทะจร

·         กล่าวถึงพระบิดานนางจันทะจรน้อยใจที่ลูกไม่ยอมพูดด้วยเลยออกบวช

·         ท้าววรกิตกับนางจันทะจรก็ได้ครองเมืองสืบต่อไป

 

4.       วิเคราะห์ตัวละคร

ตัวละครหลัก

-         ท้าววรกิต เป็นชายรูปงามหญิงใดเห็นเป็นหลงรัก เป็นคนฉลาดเฉลียว เป็นลูกเจ้าเมืองชาติที่แล้วเป็นนกกระจอก

-    นางจันทะจร เป็นลูกสาวเจ้าเมืองเป็นหญิงรูปงามเป็นที่ต้องตาของชายหนุ่ม ไม่ยอมพูดจากับชายใดแม้แต่พ่อของตัวเอง ชาติที่แล้วเป็นนกกระจอก


ตัวละครลอง

-          ฤาษี  ผู้ให้นกกระจอกสองผัวเมียอาศัยอยู่ในหนวดตน

-          พ่อ - แม่ ท้าววรกิต

-          พ่อ นางจันทะจร

5.       ภาษา

เป็นการใช้ภาษาอีสานทั้งเรื่อง ประพันธ์เป็นคำกลอนอีสาน

เช่น   อย่า   แปงเอาอ้อย   หาเลามาเปรียบ  น้องเอย

        ไผว่า   เลามันหวานกว่าอ้อย   เป็นฮ้ายบาปสิกิน   นั้นแล้ว

6.       ฉากหลัก/ฉากลอง

ฉากหลัก

-          รังในหนวดฤาษีในป่า  เป็นที่ที่นกกระจอกทั้งสองอาศัยและเป็นที่ที่ทะเลาะกันจนถูกไล่ไปอยู่ที่อื่น

-          ป่าเลา ที่ที่นกกระจอกทั้งสองถูกไปไหม้ตายกับลูก เพราะเลาเป็นพืชที่ไวต่อการเผาไหม้

-          เมืองบุญกว้าง เมืองที่นางนกกระจอกไปเกิดเป็นจันทะจร เป็นที่ที่ท้าววรกิตมาว่าวรจนได้ครองคู่กับนางจันทะจรอีกครั้ง

ฉากลอง

-          สระบัว ที่ที่นกกระจอตัวผู้โดนดอกบัวหุบไว้

-          ป่าในชาติที่ท้าววรกิตเป็นคน ไปเรียนวิชา

-          เมืองผาลาน เป็นเมืองที่นกกระจอกตัวตู้ไปเกิดเป็นท้าววรกิต เป็นกล่าวถึงแค่ในเรื่องไม่ค่อยมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น

บทที่ 3 ความโดดเด่นของโครงเรื่อง

ความโดดเด่นของโครงเรื่องนกกระจอก ( ท้าววรกิต- นางจันทะจร )

            โครงเรื่องการเปิดเรื่องไม่ซับซ้อนวุ่นว่ายนักเพราะกล่าวถึงนกกระจอกสองผัวเมียเลย กราดำเนินเรื่อง ก็ค่อนข้างจะดีเพราะกล่าวถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่นอกเรื่องให้เสียเวลาผู้อ่าน การปิดเรื่องเป็นไปด้วยความสมบูรณ์เพราะจบอย่างมีความสุขคือตัวละครเอกได้คู่กัน ทั้งนี้การเด การดำเนินเรื่อง การ ปิดเรื่องจะไม่น่าอ่านเลยหากไม่มีความเด่นด้านภาษาคือเป็นการใช้คำกลอนอีสาน ภาษาอีสานในการประพันธ์ มีสำนวนโวหารที่สนุกดึงความสนใจจากผู้อ่านมากยิ่งขึ้น

บทที่ 4

การนำไปประยุกต์ใช้

การนำไปประยุกต์ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นการนำเนื้อเรื่องไปลำเป็นส่วนหนึ่งในการนำไปประกอปอาชีพของผู้ที่มีอาชีพเป็นหมอลำในทำนอนกลอนต่าง ๆ เช่น

  ลำเรื่องต่อกลอนเรื่อง นกกระจอกน้อย

ของคณะเพชรอุบล โดย คุณป.ฉลาดน้อย ส่งเสริม



 

 

 

 

 
บทที่ 5

สรุปแผนภาพอินโฟกราฟฟิค


นิทานวรรณกรรมอีสานเรื่อง นกกระจอก ( ท้าววรกิต-นางจันทะจร)

 

 






 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น